ข้อบังคับ
ของ
สมาคมรองผู้อำนวยการ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
******************************************
หมวดที่ 1
ความรู้ทั่วไป
ข้อ 1.สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมรองผู้อำนวยการ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ”
อักษรย่อ “ส.ร.ผอ.สศศ.”เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “ Association of Deputy Director Bureau of Special Education.”ย่อว่า “ADDBSE”
ข้อ 2.เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็น
รูปโล่ห์สีทอง หมายถึง พลังและความสมบูรณ์ เป้าหมายสูงสุด ปัญญาอันสูงสุด ความเข้าอกเข้าใจ ปกติทอง หมายถึงการให้ชีวิตใหม่ ให้พลังใหม่ ฉุดรั้งออกจากความกลัวไม่แน่นอนหรือหันกลับมาใส่ใจ สีทองแวววาวจะทรงพลังอย่างยิ่ง ในการดึงให้หลุดพ้นจากความรู้สึกที่ตกต่ำของจิตใจ
วงกลมสีแสด รูปดวงอาทิตย์สาดแสง หมายถึงรองผู้อำนวยการ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ที่มีพลังความพร้อมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สัญลักษณ์วีลแชร์สีฟ้าคราม หมายถึงรองผู้อำนวยการ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ที่ดูแลเด็กพิการ
สัญลักษณ์วีลแชร์สีเขียว หมายถึงรองผู้อำนวยการ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ที่ดูแล
เด็กด้อยโอกาส
รูปเครื่องหมายสมาคม
ข้อ 3.สำนักงานสมาคมฯ ตั้งอยู่ ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา เลขที่ 575หมู่ 13
บ้านน้ำรินตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา 56150
สำนักงานสาขาของสมาคมฯ ตั้งอยู่ ณ โรงเรียนระยองปัญญานุกูล จังหวัดระยอง เลขที่ 114 หมู่ 1 ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 21000
ข้อ 4.วัตถุประสงค์ของสมาคม
4.1 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพรองผู้อำนวยการสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
4.2 เพื่อส่งเสริมและดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพของสมาชิก
4.3 เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรมทางวิชาการของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักบริหารงาน
การศึกษาพิเศษ
4.4 เพื่อจัดหาทุนและสนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษา
พิเศษ
4.5 เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ รองผู้อำนวยการสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
4.6 เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก
4.7ไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
4.8 ไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด และกิจกรรมการพนันทุกประเภท
หมวดที่ 2
สมาชิก
ข้อ 5.สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภท
5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม
ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
ข้อ 6.สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
6.1 เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 5.1 และ 5.2
6.2 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
6.3 เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย และเห็นความสำคัญในกิจกรรมของสมาคม
6.4 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
6.5 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้
ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษา
ของศาลถึงที่สุด ในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็น
สมาชิกของสมาคมเท่านั้น
ข้อ 7.ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
7.1 สมาชิกสามัญ จะต้องชำระค่าลงทะเบียนครั้งแรก 100บาท
ค่าบำรุงสมาชิกปีละ 100 บาท
ค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพ 500 บาท
7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ข้อ 8.การเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
ให้ผู้ที่ประสงค์สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการสมาคม โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนด
ประกาศแล้ว ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม เพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับ หรือไม่รับเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมพิจารณาการสมัครแล้วผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
ข้อ 9.เมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมพิจารณาอนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิกแล้วให้ผู้สมัครนั้นชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก
ข้อ 10. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการบริหารสมาคม ได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม
ข้อ 11.สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
11.1 ตาย
11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม และคณะกรรมการ
บริหารสมาคมพิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว
11.3 ขาดการชำระค่าบำรุงสมาชิกรายปีติดต่อกันตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป
11.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมหรือคณะกรรมการบริหารสมาคม ได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจาก
ทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
ข้อ 12.สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
12.1 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม
12.2 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
12.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
12.4 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมและมี
สิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง
12.5มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของ
สมาคม
12.6มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย1ใน 3ของสมาชิกสามัญหรือสมาชิกทุกประเภท
รวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหาร
สมาคม ให้จัดประชุมวิสามัญได้
12.7 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
12.8 มีสิทธิเป็นสมาชิก และได้รับวารสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ ส.ร.ผอ.สศศ. จัดทำขึ้น
12.9 มีหน้าที่ชำระบำรุงสมาชิกตามข้อ 7 และปฏิบัติตามระเบียบ และข้อบังคับของสมาคมโดย
เคร่งครัด
12.10มีหน้าที่ประพฤติตนให้เหมาะสมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
12.11มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคม
12.12มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
12.13มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการของสมาคม
ข้อ 13.ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการบริหารสมาคม ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนไม่น้อยกว่า 20คน แต่ไม่เกิน 40คน คณะกรรมการบริหารสมาคมนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และให้ผู้ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเอง โดยมีองค์ประกอบดังนี้ เป็นนายกสมาคม 1 คน และอุปนายก 2คน สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆของสมาคมตามที่กำหนดไว้
ข้อ 14. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสมาคม มีโดยสังเขปดังต่อไปนี้
14.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม คณะกรรมการบริหารสมาคม
เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม
คณะกรรมการบริหารสมาคม และการประชุมใหญ่ของสมาคม
14.2 อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายก
สมาคมได้มอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สมารถปฏิบัติ
หน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
14.3 เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมใน
การปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็น
เลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
14.4 เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายและ
บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆไว้เพื่อตรวจสอบการเงินของสมาคม
14.5 ปฏิคมทำหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคมเป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม
และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม
14.6 นายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานกับเหรัญญิก ใน
การเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมของสมาชิก
14.7 ประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ให้สมาชิกและบุคคล
ทั่วไปได้รับทราบและรู้จักอย่างแพร่หลาย
14.8 กรรมการตำแหน่งอื่นๆตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมเห็นสมควรกำหนดให้
มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับ
ได้กำหนดไว้แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดไว้ก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อ 15.คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี(ติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระ) และเมื่อคณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการบริหารที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการบริหารชุดเก่าและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้รับอนุญาตจดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อ 16.ตำแหน่งคณะกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการบริหารสมาคม แต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
ข้อ 17.กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้คือ
17.1 ตาย
17.2 ลาออก
17.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
17.4 ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกจากตำแหน่ง จำนวน 2 ใน 3 ของสมาชิก
ข้อ 18.กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมมีมติให้ออก
ข้อ 19.อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสมาคม
19.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัด
ต่อข้อบังคับฉบับนี้
19.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
19.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ
จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการบริหารสมาคมที่แต่งตั้ง
19.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
19.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆที่ยังไม่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
19.6 มีอำนาจบริหารกิจกรรมของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนอำนาจอื่นๆ
ตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
19.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมดรวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
19.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด
หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด ที่ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่
วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับ
หนังสือร้องขอ
19.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจการต่างๆ
ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
19.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับ
ทราบ
19.11 มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
ข้อ 20.คณะกรรมการบริหารสมาคมจะต้องประชุมอย่างน้อย 3เดือนต่อครั้ง โดยให้จัดขึ้นภายในวันที่ 15 ของเดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม
ข้อ 21.การประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม จะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติที่ประชุมของคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 22.ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมคราวนั้น
หมวด 4
การประชุมใหญ่
ข้อ 23.การประชุมใหญ่ของสมาคมมี2 ประเภท คือ
23.1 ประชุมใหญ่สามัญ
23.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ 24.คณะกรรมการบริหารสมาคมจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้งภายในเดือนกันยายน ของทุกๆ ปี
ข้อ 25.การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการบริหารสมาคมเห็นควรจัดให้มี หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า1 ใน 3ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารสมาคมให้จัดให้มีขึ้น
ข้อ 26.การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุ วัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่
ข้อ 27.การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
27.1แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
27.2 แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
27.3 เลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ เมื่อครบกำหมดวาระ
27.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
27.5 เรื่องอื่นๆ(ถ้ามี)
ข้อ 28.ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการบริหารสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหม่ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
ข้อ 29.การลงมติต่างๆในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 30.ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคราวนั้น
หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ 31.การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารสมาคม เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้กับธนาคารในจังหวัดที่ตั้งสมาคม
ข้อ 32.การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คเงินสดของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการพร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ 33.ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) หากเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคม และคณะกรรมการบริหารสมาคมจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านี้ จะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
ข้อ 34.ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
ข้อ 35.เหรัญญิกจะต้องจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับ เหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง
ข้อ 36.ผู้ตรวจสอบบัญชีการเงินของสมาคม จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมและจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 37.ผู้ตรวจสอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการบริหารสมาคม และสามารถเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
ข้อ 38.คณะกรรมการบริหารสมาคมจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ
หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการยกเลิกสมาคม
ข้อ 39.ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ 40.การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดและองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ 41.เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตามทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของสถานศึกษาที่สมาคมสังกัดอยู่ หรือตามที่สมาคมเห็นสมควรมอบให้เพื่อประโยชน์กับการศึกษา
หมวดที่ 7
บทเฉพาะกาล
ข้อ 42. คณะกรรมการบริหารสมาคมชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคมและกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม
ข้อ 43.ข้อบังคับฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ 44.เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการก็ให้ถือว่าผู้ริเริ่มก่อตั้งทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ
ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นายราเชน ไชยทิพย์)
ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นายสาโรจน์ สิทธิมังค์) (นายสุชัดร์จันทรัตน์)
ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นางปวริศา สิงห์อุดร) (นายปิยะ นามบ้าน)
ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นางสาวสุกัญญา วุฒิรัตน์) (นางสาววราภรณ์ อารีชินรักษ์ )
ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นายธาดา อักษรชื่น)(นางสาววัลยา สุทธิพิบูลย์)
ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นางทวีทรัพย์ นามเกียรติ) (นางพูนสุข โมกศิริ)
ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นางสาวฐาปณีย์โลพันดุง) (นายณรงค์กร สิงห์อุดร)
ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ ลงชื่อ ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นายอรุณไสว ปินอินต๊ะ)(นางสุภาวดี ภุมรินทร์)